ย่านกลางเมืองถือเป็นทำเลทองที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันราคาที่ดินเหล่านั้นพุ่งทะยานขึ้นไปหลายเท่าจนยากจะเอื้อมถึง ไม่ต่างอะไรกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับรายได้ ทำให้คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาให้ความสนใจกับอสังหาริมทรัพย์ชานเมืองมากขึ้น บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่า 4 ทำเลที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้มีที่ไหนบ้าง และหากคุณเป็นเจ้าของหอพักในทำเลเหล่านี้ จะสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้อย่างไร 

สัญญาณตลาดอสังหาฯ เมื่อคนเริ่มมอง “ชานเมือง” เป็นคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ตลาดปล่อยเช่าในโซนชานเมืองที่คึกคักขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานและครอบครัวเริ่มต้นที่หันมาเช่ามากกว่าซื้อ ประกอบกับเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น จึงเลือกที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางในราคาคุ้มค่า แทนที่จะอยู่ในห้องเล็กๆ กลางเมืองแถมยังต้องจ่ายแพง นอกจากนี้การขยายตัวของเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ และทางด่วนที่เชื่อมต่อถึงใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งทำให้อสังหาริมทรัพย์ชานเมืองเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่มองว่ามีโอกาสเติบโตและน่าลงทุนกว่าในระยะยาว

ทำเลที่ 1 – ชานเมืองฝั่งตะวันออก

  • อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง และแหล่งงานสำคัญ เชื่อมต่อกับโซนโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจ EEC 
  • เดินทางสะดวก มีรถไฟฟ้าหลายสาย เช่น สายสีเหลือง สายสีเขียว และ Airport Rail Link

ทำเลที่ 2 – ชานเมืองฝั่งเหนือ

  • สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดัง ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง 
  • มีรถไฟฟ้าสายสีเขียววิ่งไปถึงสยามได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน และสายสีแดงที่เชื่อมต่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 

ทำเลที่ 3 – ชานเมืองฝั่งตะวันตก

  • ราคาเข้าถึงง่ายกว่า ตอบโจทย์ผู้เช่าที่เน้นความคุ้มค่า ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว 
  • มีถนนราชพฤกษ์ที่เชื่อมต่อย่านธุรกิจ และรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่เชื่อมต่อกรุงเทพ – นนทบุรี และกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างส่วนต่อขยายไปยังราษฎร์บูรณะ คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2571 

ทำเลที่ 4 – ชานเมืองรอบนิคม/โซนอุตสาหกรรม

  • อัตราการเช่าเสถียร เนื่องจากได้ดีมานด์จากกลุ่มแรงงานทักษะและครอบครัวที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นการอยู่อาศัยระยะกลาง – ยาว 
  • ราคาที่ดินยังไม่สูงมาก และมีโอกาสเติบโตจากการขยายตัวของโรงงานหรือโครงการใหม่ๆ ในอนาคต

โอกาสของเจ้าของหอพักและผู้ลงทุนในตลาดชานเมือง

การขยายตัวของเมืองในปัจจุบันไม่เพียงแต่จะเป็นโอกาสทองของนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเจ้าของหอพัก อพาร์ทเม้นท์ แมนชั่น ตลาดปล่อยเช่าทุกรูปแบบ ที่จะขยับขยายกิจการหรือยกระดับบริการของตนเองให้เหนือกว่าคู่แข่ง เพื่อรองรับดีมานด์ที่กำลังเพิ่มขึ้น โดยการปรับปรุงระบบหอพักให้ทันสมัย เช่น มีระบบแจ้งชำระเงิน ระบบแจ้งซ่อมผ่านแอปฯ ระบบรับ – ส่งพัสดุ เป็นต้น

บริหารหลายทำเลพร้อมกัน ต้องเตรียมอะไรบ้าง

เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ภาระงานและข้อมูลต่างๆ ย่อมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว การใช้วิธีจดด้วยมือหรือคีย์ข้อมูลเข้า Excel แบบเดิมๆ จึงเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะในกรณีที่บริหารหลายทำเลพร้อมกัน อาจเกิดปัญหาเก็บค่าเช่าผิดพลาด ยอดไม่ตรง ลืมต่อสัญญา หรือเพียงแค่คีย์เลขผิดไปตัวเดียวก็อาจทำให้สูตรเพี้ยนจนรวนไปหมด จึงจำเป็นต้องมีการวางระบบจัดการหอพักที่ครอบคลุม โดยใช้โปรแกรม Horganice ที่รวมทุกฟีเจอร์ในจัดการงานหลังบ้านแบบครบวงจร เช่น

  • ระบบจัดการห้องพัก ตรวจสอบสถานะห้องว่างและห้องค้างชำระได้สะดวกรวดเร็วผ่านการแสดงผลเป็นสีที่เข้าใจง่าย
  • ระบบบันทึกมิเตอร์และออกบิล คำนวณค่าใช้จ่ายให้อัตโนมัติ พร้อมสร้างและส่งบิลถึงผู้เช่าทุกคนได้ในไม่กี่นาที
  • ระบบตรวจสอบการชำระเงิน ติดตามสถานะการโอนเงินและเช็กการแนบสลิปแบบเรียลไทม์ 
  • ระบบรายงานบัญชีและการเงิน สรุปรายได้ หนี้ค้างชำระ และข้อมูลการย้ายเข้า-ออก พร้อม Export ข้อมูลไปใช้งานต่อได้ทันที
  • ระบบสัญญาเช่าออนไลน์ (e-Contract) จัดทำสัญญาแบบลงนามอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อใกล้หมดสัญญา

การขยายของเมืองที่รวดเร็ว โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้า ทำให้พื้นที่อสังหาริมทรัพย์ชานเมืองเหล่านี้กลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพ และพร้อมจะเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ใครที่มองเห็นโอกาสนี้ก่อนจึงถือว่าได้เปรียบอย่างมาก แต่อย่าลืมว่าการวางระบบบริหารจัดการที่ดีก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระงาน ทำให้เจ้าของไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหาจุกจิกต่างๆ ยังช่วยประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และเสริมภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพอีกด้วย

Share via