เจ้าของหอพักจำนวนมากมักตั้งคำถามว่า “ทำไมรายได้ก็เข้า แต่กำไรกลับไม่เหลืออย่างที่คิด” คำตอบของปัญหานี้
ไม่ได้อยู่ที่ค่าเช่าถูกหรือผู้เช่าจ่ายช้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ งานจุกจิกเล็ก ๆ ในการบริหาร ที่ค่อย ๆ กินทั้งเวลา พลัง และต้นทุนโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาไปดูว่า งานจุกจิกเหล่านี้ส่งผลต่อกำไรอย่างไร และเจ้าของหอพักควรปรับวิธีบริหารแบบไหน เพื่อให้กำไรไม่หายไปกับงานที่ไม่จำเป็น

กำไรหาย เพราะต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น

ในทางบัญชี กำไรอาจดูดีบนกระดาษ แต่ในชีวิตจริง เจ้าของหอพักต้องแลกกำไรนั้น กับเวลาและแรงงานของตัวเองจำนวนมาก ตัวอย่างต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้นทุกเดือน เช่น

  • เวลาที่ใช้ไล่เช็กยอดโอน
  • เวลาที่ใช้ทวงค่าเช่าซ้ำ ๆ
  • เวลาที่ใช้ค้นเอกสารย้อนหลัง
  • เวลาที่ต้องแก้ปัญหาเดิมซ้ำหลายครั้ง

งานเหล่านี้อาจไม่ถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย แต่เป็นต้นทุนที่ดึงกำไรออกไปโดยตรง

งานจุกจิกที่สะสม ทำให้ต้นทุนการบริหารสูงขึ้น

งานเล็ก ๆ ที่เจ้าของหอพักต้องทำเองทุกวัน มักเริ่มจากเรื่องพื้นฐาน เช่น

  • เช็กว่าห้องไหนยังไม่จ่าย
  • ตอบคำถามเรื่องยอดค้าง
  • อัปเดตข้อมูลผู้เช่า
  • จัดการเอกสารรายเดือน

เมื่อจำนวนห้องเพิ่มขึ้น งานเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณและทำให้ต้นทุนการบริหารสูงขึ้นโดยที่รายได้ต่อห้องไม่ได้เพิ่มตาม

บริหารจากความจำ ทำให้ตัดสินใจพลาด

เจ้าของหอพักจำนวนมาก ใช้ความจำในการบริหาร เช่น

  • จำว่าห้องไหนจ่ายตรง
  • จำว่าใครเคยค้าง
  • จำว่าสัญญาห้องไหนใกล้หมด

ในช่วงแรกอาจยังพอไหว แต่เมื่อข้อมูลมากขึ้นการบริหารจากความจำจะทำให้มองภาพรวมธุรกิจผิดพลาดการตัดสินใจที่คลาดเคลื่อนย่อมส่งผลต่อกำไรในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ระบบจัดการหอพัก ช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น

การวาง ระบบจัดการหอพัก ช่วยเปลี่ยนการทำงานแบบใช้แรงให้กลายเป็นการบริหารจากข้อมูล เมื่อข้อมูลผู้เช่า การชำระเงินและสถานะห้องถูกรวมไว้ในที่เดียวเจ้าของหอพักจะ

  • ใช้เวลาน้อยลงในการตรวจสอบ
  • ลดความผิดพลาดจากงานซ้ำ
  • เห็นภาพรวมรายรับได้ชัดเจนขึ้น

ต้นทุนการบริหารจึงลดลงและกำไรสุทธิก็ชัดเจนขึ้นตามไปด้วย

โปรแกรมหอพัก กับการรักษากำไรระยะยาว

หลายคนมองว่า โปรแกรมหอพัก เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกแต่ในมุมธุรกิจโปรแกรมหอพักคือเครื่องมือควบคุมต้นทุน เมื่อระบบช่วยจัดการงานจุกจิกได้เจ้าของหอพักสามารถ

  • โฟกัสกับการพัฒนาหอพัก
  • วางแผนเพิ่มรายได้
  • ลดเวลาที่ต้องลงแรงเอง

กำไรที่เคยหายไปกับงานเล็ก ๆ จึงถูกดึงกลับมาอย่างเป็นรูปธรรม

จากการทำงานหนัก สู่การทำงานอย่างคุ้มค่า

การบริหารหอพักให้มีกำไรไม่ใช่การทำงานให้มากขึ้นแต่คือการทำงานให้ คุ้มค่ามากขึ้น เมื่อเจ้าของหอพักเริ่มแยกให้ออกว่า งานไหนควรทำเองและงานไหนควรให้ระบบจัดการแทน โครงสร้างกำไรของธุรกิจจะเริ่มเปลี่ยนไป

กำไรจะอยู่ ถ้างานจุกจิกลดลง

กำไรของหอพักไม่ได้หายไปในวันเดียว แต่ค่อย ๆ ลดลงจากงานจุกจิกที่สะสมทุกเดือน การบริหารด้วย ระบบจัดการหอพัก และเลือกใช้ โปรแกรมหอพัก ที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องของความสะดวกอย่างเดียว แต่คือการปกป้องกำไรของธุรกิจในระยะยาว เมื่อภาระงานลดลง กำไรและคุณภาพชีวิตของเจ้าของหอพักก็จะกลับมาอย่างสมดุลอีกครั้ง

Share via